จะมาพูดเรื่องงานหนังสือตอนนี้ มันก้อสายไปหน่อยใช่มะ (ไม่หน่อยแล้วเจ๊ มากกกกกกกกเลยแหละ ตั้งเดือนนึงแล้วย่ะแม่คุณ) อืม ก้อมันงานยุ่งนี่นา (อ้างอีกแล้วนะหล่อน บลอคนี้นี่ร้างจนสไปเดอร์แมนมาสร้างรังอยู่เป็นกิจจะลักษณะได้แล้ว)

ก่อนอื่น เริ่มด้วยข่าวดีๆ หลังจากสอบหัวข้อผ่านไปแล้ว เปเปอร์อิชั้นก้อได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม (หลังจากโดนปฏิเสธไปทีนึง งือ T^T) สรุปว่า งานก้อก้าวหน้าไปอีกขั้น แม้ว่ายังต้องงุดหัวอยู่กับการ debug (และเผลอๆต้อง coding ใหม่อีก) เพราะผลยังไม่ค่อยเวิร์คก้อเถอะนะ

เอาล่ะๆ เรื่องส่วนตัวผ่านไป เข้าเรื่องกันดีกว่าเนอะ หลังจากที่ไปงานหนังสือมาครั้งนี้ ปรากฏว่า หนังสือช่วงนี้ไม่ค่อยน่าสนใจนัก งานที่ออกมาเริ่มซ้ำๆ และซบเซา ไม่มีปรากฏการณ์อะไรใหม่ๆให้แตกตื่น งานแนว J-book (นิยายแปลจากญี่ปุ่น) ที่บูมมาในช่วง 3 - 4 ปีมานี่ เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้วล่ะมั้ง เพราะหลังจากที่กระแสถูกจุดจาก สนพ.บลิส ตอนนี้ ทำให้งานของอาคากาวา จิโร่ ถูกกวาดต้อนซื้อลิขสิทธิ์กันมาอย่างบ้าคลั่ง หลายๆสนพ.พยายามแปลและทยอยออกหนังสือกันมาอย่างล้นตลาด ถึงตอนนี้ มีสนพ.อย่างน้อย 4 - 5 แห่งที่ออกงานของนักเขียนท่านนี้ (Bliss, สสท., Nation, Siam Inter, อมรินทร์)

งานของ Akagawa Jiro ที่เด่นชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นแนวหัสคดี หรือ นิยายสืบสวนสอบสวนที่ปนอารมณ์ขัน ไม่ซีเครียดซีเรียสอย่างนิยายสืบสวนทั่วๆไป รวมทั้งความโดดเด่นของตัวละครหลักที่มีคาแรกเตอร์แปลกแหวกแนว ทำให้คนอ่านหลงรักได้ไม่ยาก เรื่องออกแนวเบาๆ ไม่หนัก ก็ทำให้คนอ่านไม่ฝืนเกินไปที่จะอ่านจนจบ งานของอาคากาว่าที่นับเป็นชนวนจุดความบูมในบ้านเรา น่าจะเริ่มมาจาก "มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์" (Mike-neko Holmes Series) ซึ่งก็เป็นซีรียส์แนวหัสคดีที่สร้างชื่อให้อาคากาว่า จิโร่ประดับไว้ในวงการหนังสือของญี่ปุ่นนั่นเอง

ผลงานแนวหัสคดีของอาคากาว่า จิโร่ ที่ตีพิมพ์ในบ้านเรา อย่างเช่น

  • มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ (Bilss/JBOOK)
  • ซายากะ สาวน้อยนักสืบ (Bliss/JBOOK)
  • โอนุกิ สารวัตรจอมป่วน (สสท.)
  • นักศึกษาสาวยอดนักสืบ (สสท.)
  • คู่ซ่าหลังคาเดียวกัน (สสท.)
  • สามสาวนักสืบ (อมรินทร์)
  • เอริกะ แวมไพร์ยอดนักสืบ (Siam Inter)

นอกจากผลงานที่เป็นซีรียส์เหล่านี้ ยังมีผลงานเรื่องสั้นๆจบในเล่มอีกเล็กน้อย แค่ซีรียส์เหล่านี้ ซึ่งหลายๆเรื่องก็ยังไม่จบ (ที่ญี่ปุ่น) พี่แกก็กินสบายไปทั้งชาติแล้วล่ะ -"-

น่าแปลกที่หลังจากอ่านแนวหัสคดีของอาคากาว่ามากๆเข้า ก็รู้สึกจริงๆว่าอาการ "หมดมุข" มักเป็นยังไง คือ แนวเรื่องมันเริ่มซ้ำๆวนๆ ไม่ตื่นเต้นหวือหวา แต่โชคดีตรงที่ ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากหรืออึดอัดอะไรนักในการจะอ่านจนจบ เพียงแต่ เมื่ออ่านจบแล้วก็แล้วไป ไม่หลงเหลือความประทับใจอะไรให้ติดค้างอยู่ในใจอีก พูดง่ายๆว่า คล้ายๆอ่านแล้วทิ้งนั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกอยากหยิบขึ้นมาอ่านเป็นหนที่สองที่สามอีก และนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผล ที่ผลงานของอาคากาว่าที่ตีพิมพ์ออกมาในบ้านเราช่วงหลังๆ ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควรก็เป็นได้ (หรือจะเพราะไม่ค่อยโฆษณารึเปล่าน้า มีเพียงที่บลิสเท่านั้น ที่โฆษณาอย่างต่อเนื่อง สนพ.บางแห่ง ออกหนังสืออะไรมาเมื่อไหร่ ยังไม่รู้เรื่องเลย)

ทั้งๆที่งานแนวหัสคดีเป็นงานที่สร้างชื่อให้อาคากาว่า แต่เรากลับประทับใจกับงานแนว J-Horror ของเค้ามากกว่าเท่าที่เคยได้อ่าน รู้สึกว่า อาคากาว่าสามารถเขียนเรื่องลึกลับสยองขวัญหน่อยๆ ซึ่งตีแผ่ด้านมืดของจิตใจคนได้ดีว่าเรื่องแนวขำขันซะอีก เพราะหลายๆเรื่อง มีไอเดียที่แปลกแหวกแนว ไม่ซ้ำใคร กลายเป็นว่า เรื่องเครียดหน่อยๆทำได้ดีกว่าอีกนะ ชอบมากกว่างานเขียนของมิยาเบะ มิยูกิ ราชินีอาชญนิยายสืบสวนของญี่ปุ่นซะอีก (เท่าที่เคยอ่านของมิยาเบะบางเรื่องน่ะนะ อาจจะเพราะเรื่องมันยืดเยื้อเกินไปก็ได้มั้ง)

งานแนว J-Horror ของอาคากาว่าในบ้านเรามีน้อยมาก เท่าที่เห็นก็แค่ 3 เล่มเท่านั้น คือ

  • ลานมรณะ (สสท.)
  • ห้องเรียนที่ไม่ยอมเปิดรับ (Nation)
  • หลอนพยาบาท(Nation)

สองเล่มหลัง อยู่ในซีรียส์ชุด Tosetsu Kaidan Jijou (วิญญาณพยาบาท) ซึ่งคาดว่าจะมีเล่มอื่นๆตามมาอีก นับว่าเป็นการออกผลงานของเนชั่นบุ๊คที่เข้าท่าที่สุดตั้งแต่อ่าน J-Horror ของเค้ามา ทั้งๆที่อุตส่าห์เปิดตัวแนวนี้ด้วยผลงานของมิยาเบะ มิยูกิ นักเขียนที่นับเป็นราชินีอาชญนิยายของญี่ปุ่นแท้ๆ (พูดง่ายๆว่าชีดังโคตรๆ แต่ไม่รู้ทำไมแฮะ ผลงานของเค้าในบ้านเรา กลับไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร บลิสเคยทำอยู่ 2-3 เรื่อง แล้วก็ออกแป๊กๆอยู่เหมือนกัน) จุดอ่อนใหญ่ๆเลยของเนชั่นกับงานเขียนญี่ปุ่น คือ การแปล แปลได้มึนมาก เรื่องมันเครียดอยู่แล้ว อ่านไม่รู้เรื่องยิ่งเซ็งไปกันใหญ่ (เออแปลก บริษัทตัวเองก็ทำการ์ตูนญี่ปุ่นขายอยู่แท้ๆอ่ะนะ) แต่เท่าที่อ่านเรื่อง "ห้องเรียนที่ไม่ยอมเปิดรับ" ไป แปลใช้ได้ทีเดียว ก็หวังว่าจะรักษามาตรฐานและพัฒนาให้ดีขึ้นๆไปในงานต่อๆไปด้วยนะ

สรุปว่า งานหนังสือคราวนี้ ที่ซื้อมาเกือบทั้งหมดเป็นงานของอาคากาว่าที่ติดตามมาตั้งแต่แรก ทั้ง "มิเกะเนะโกะ เล่ม 10", "ซายากะ เล่ม 5", "นักศึกษาสาวยอดนักสืบ ตอน เจ้าสาวหลงผิด และ เจ้าสาวกระดาษ", "โอนุกิ ตอน บาปบริสุทธิ์ และ ฆาตกรรมรับขวัญวันวิวาห์" รวมทั้ง ผลงานออกใหม่ อย่าง "ฆาตกรรมในโรงเรียน" และ J-Horror 2 เล่มที่ว่า "ห้องเรียนที่ไม่ยอมเปิดรับ" กับ "หลอนพยาบาท" สิริรวม มีอาคากาว่าถึง 9 เล่ม!!!!!!!!!!!! (ดีนะ ไม่ตัดสินใจซื้อ สามสาวนักสืบยกเซต 7 เล่มน่ะ -_-")

หนังสือนิยายอ่านเล่มเกือบทั้งหมดเป็นของอาคากาว่าไปแล้ว นอกนั้นก็ "คินดะอิจิ" อีกเล่มสำหรับนิยายญึ่ปุ่น ส่วน Chic-lit หรือนิยายฝรั่งแนวผู้หญิงๆ ไม่มีเลย หรือเป็นศูนย์!!! สำหรับงานครั้งนี้น่าผิดหวังมาก แต่เห็นสาวนักช๊อปเล่มใหม่เวอร์ชั่นฝรั่งมาแล้ว คาดว่างานครั้งหน้าได้เฮแน่ (แปลเร็วๆนา) อ้อ แล้วปกแบบใหม่ของบลิสสำหรับ Chic-lit น่ะ คนออกแบบปกพิจารณาตัวเองหน่อยนะ น่าเกลียดมากกกกก เหมือนนิยายเด็กๆแนว Ligth Novel ออกการ์ตูนไปซะงั้น target มันสาวออฟฟิศเฟ้ยยย บร้าป่าวเนี่ยยย

ขาประจำป๋าวินทร์ เลียววาริณ งานนี้ควักกระเป๋าอีกแล้ว ไม่รู้ป๋าแกออกหนังสือได้ไง งานละสองเล่ม ปีละตั้ง 4 เล่ม โอ้วววแม่เจ้า.... Inw ไปแล้วมั้งเนี่ย "ฝนตกขึ้นฟ้า" งานเขียนแนวฟิลม์นัวร์ก็เป็นนิยายที่น่าสนใจดี อ่านจบแล้วก็โอเค แม้ว่าเนื้อเรื่องเดาง่ายไปนิดนึง ส่วน "ยาแก้สมองผูกตราควายบิน" แม้ชื่อเรื่องจะฮากลิ้ง แต่เนื้อหาก้อคล้ายๆเรื่อง "ปั้นน้ำเป็นตัว 2" นั่นเองแหละจ้า

ส่วนเรื่องของไทยๆ เราก็มาตามเก็บตก อย่างงานเขียนของจุฑารัตน์ เรื่อง "มาห์" ซึ่งเราไม่รู้เล้ยยย ว่าเจ๊ไปโผล่ออกหนังสือที่สนพ.นั้นได้ไง แต่ก็เป็นข่าวเป็นคราวให้โดนด่าจนขึ้นกระทู้แนะนำที่ ห้องสมุด ณ pantipไปแล้วล่ะนะ เอาเหอะ ติดตามงานเจ๊อยู่ ห่วยแค่ไหนก็จะอ่าน (ดูก่อน แล้วค่อยด่าทีหลัง 55) และก็เรื่องแนวอุ่นๆน่ารักๆอย่าง "ความสุขของกะทิ ตอน ตามล่าหาพระจันทร์" ซึ่งหลังจากอ่านเล่ม 1 ไปที่ซื้อมาจากงานหนังสือครั้งที่แล้ว ก็ประทับใจจ๊อดดี อิ่มๆอุ่นๆ และลึกซึ้ง ชอบวิธีการเขียนของเค้า ที่ประโยคเดียวในแต่ละบท ทำเอาสะเทือนไปถึงข้างใน สมกับที่คนห้องสมุดเค้ากรี๊ดกร๊าดกันน่ะนะ

หนังสือท่องเที่ยวก็ออกมา อย่าง "เที่ยวไม่ง้อทัวร์ฯ ตะลุยญี่ปุ่น 3 และ ลอนดอน" ออก 2 เล่มพร้อมกัน ทำเอาช๊อค (ที่ช๊อค ไม่ใช่เพราะออกสองเล่มหรอก แต่ช๊อคว่า นี่ยังจะออกหนังสือไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกเรอะ) ญี่ปุ่น 3 คราวนี้บุกไปโอซาก้า แต่คิดไปคิดมา เราก็สอยลอนดอนมาอ่านแทน ตอนนี้ยกให้อาจารย์ไปแระ

จบเรื่องหนังสือ มาถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก (ล่ะมั้ง) ในงานหนังสือ นั่นก็คือ บูธถูกอุ้ม!!!! ผลจากการที่มีบูธหนึ่ง (จริงๆแล้วมากกว่าหนึ่ง) นำการ์ตูนต้องห้ามไปวางขายแบบลดแลกแจกแถม แค่เล่มละ 10 บาท พอผู้ใหญ่มาเห็นเข้า เลยเป็นเรื่องขึ้นมา โดนอุ้มไปทั้งบูธ กลายเป็นที่นั่งพักไปซะงั้น ยังไงก็หวังว่าจะไม่มีบูธไหนโดนอุ้มไปเฉยๆอีกนะ เดินผ่านตรงนั้นทีไร อึ้งทุกที เพราะก็เพิ่งไปเป็นเพื่อนให้เพื่อนมันซื้อการ์ตูนอยู่แหมบๆ จริงๆที่ขายๆกันอยู่น่ะ เห็นมาหลายปีแล้วนะ แต่เพิ่งมีคนมาประจักษ์ล่ะมั้ง ว่ามันคืออะไร ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ควรเริ่มมาคิดเรื่องจัดเรทการ์ตูนกันได้แล้วน่ะนะ แทนที่จะแบนไปหมดเช่นนี้ เพราะการ์ตูน (รวมถึงหนังหรือสื่ออื่นๆ) หลายๆอย่างก็ไม่เหมาะสมกับเด็ก แต่ก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยสำหรับผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแล้วหรอกนะ

จบงานหนังสือครั้งนี้ มีเรื่องเซ็งอยู่อย่างนึง คือ เจ้าหนังสือ "มิเกะเนะโกะ" เล่มล่าสุดตัวดีนี่แหละ อ่านๆไปซักพัก จู่ๆขึ้นเรื่องใหม่ซะงั้น (แต่เป็นมิเกะเหมือนกันนะ ตัวละครเดียวกัน แต่เรื่องไม่เหมือนกัน) เราก็งงๆ คิดในใจว่าหน้าสลับป่าวหว่า แต่เลขหน้ามันเรียงนี่นา อ่านอยู่พัก มันค่อยกลับมาเข้าเรื่องเดิม เฮ้ยยย มันแปลกจริงๆด้วยอ่ะ เพราะ หน้า 128 มันเป็น

....เมื่อไหร่จะได้เห็นบทล่ะ"

แต่หน้า 129 มันดันเป็น

ฟัง"

อ่าวเฮ้ยยย ก้อตะกี้มันจบเครื่องหมายคำพูดไปแล้วอ่ะ จู่ๆมาต่องี้เนี่ยนะ???

เลยไปนั่งคุยกับเพื่อน ให้เพื่อนเช็คให้ เออ มันผิดจริงๆด้วยนะ สรุปว่า หน้า 113 - 128 ของเรา ไม่เหมือนของชาวบ้านเค้า แต่มันไม่ได้สลับกันภายในเล่ม และดันเป็นมิเกะเหมือนกันเสียด้วย ทายซิ ว่ามันเป็นไปได้ไง????

ถกไปถกมา เพื่อนมันก้อว่า เฮ้ยย คุ้นๆนะ คูนิโกะเนี่ย (เราคุยว่า หน้า 113 มันพูดว่า "คูนิโกะทำปากเบ้" แล้วมันคูนิโกะไหนวะ) คิดไปคิดมา นึกถึง ตอน โรงละครสยองขวัญ (เล่ม 6) วิ่งไปเปิดดู เออ จริงว่ะ หนังสือเรา มิเกะเล่ม 10 หน้าสลับกะ มิเกะเล่ม 6!!!!!!! สลับข้ามเล่มเลยเนี่ยนะ โหหหห ทำได้ไงเนี่ย

เพื่อนโทรไปบ่นกับเพื่อนที่อยู่สนพ.บลิสให้ มันก็ว่า ส่งกลับไปเปลี่ยนแล้วกันนะ จนบัดนี้ ยังขี้เกียจส่งกลับไปอ่ะ (ต้องเสียค่าพัสดุอีก เวงงง) รอเอาไปเปลี่ยนที่งานหนังสือคราวหน้าเลยได้มะเนี่ยยย

เอาล่ะ นี่ก็พิมพ์มายาวเหยียดแระ ทั้งหมดนี้ก็เป็นหนังสือที่ได้มาจากตอนงานหนังสือ เฮ่อออ นานๆทีเขียนบลอคทีนึง เหนื่อยแฮะ บลอคนี้งดรูปนะจ๊ะ ขี้เกียจถ่าย ขี้เกียจอัพ ว่าแต่ว่า คราวหน้าจะมีเวลามาเขียนอีกเมื่อไหร่น้อ....

Comment

Comment:

Tweet

-_- เยอะมาเดียวจะมาทยอยอ่านครับ

#8 By มวยไทย on 2007-05-06 08:27

เมื่อวานเห็นแล้วล่ะว่าคิ้มอัพบลอค แต่ดันมาเห็นตอนกลับบ้านเลยต้องพลัดมาอ่านวันนี้แทน
ตอนนี้เรื่องที่ซื้อมายังอ่านไม่ถึงไหนเลย เรื่องเก่าๆ ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก Joice ก็ยังอ่านค้างไว้ (โฮ~ วันนึงอยากให้มีมากกว่า 24 ชม. จริงๆ ) แต่ตอนนี้ว่าจะหยิบพวก J-Horror มานั่งอ่านเปลี่ยนบรรยากาศเรื่องน้องแมวไปก่อนนะ

#7 By dajirin on 2007-05-04 09:19

ดีใจด้วยจ้าที่ Thesis คืบหน้าไปอีกขั้น (ขั้นใหญ่มากด้วย) เย้~
งานหนังสือเพิ่งผ่านไปเดือนเดียวเองเรอะ รู้สึกเหมือนผ่านไปนานกว่านั้น ...แต่พออ่านรีวิวไปเรื่อยๆ ก็พอรื้อฟื้นภาพบรรยากาศออกแฮะ
ความสุขของกะทิ <--- ไม่เคยเห็นเลยอ่ะ แต่น่าสนใจดีแฮะ ไว้จะลองไปส่องดูจ้า

#6 By joice and bo on 2007-05-04 00:15

ห้องเรียนที่ไม่ยอมเปิดรับ อ่านยังไม่จบนะ อ่านไป 3 ใน 4 ตอน ก็ชอบนะ มันแหวกๆดี แต่มันมีวิญญาณออกมาจริงๆบางเรื่องน่ะนะ จริงๆแล้ว เราชอบเวลาที่ไม่มีวิญญาณแต่มันดูหลอนๆเหมือนจะมีมากกว่าอ่ะ (เข้าใจมั๊ยหว่า) ไม่รู้แกจะชอบรึเปล่านะ แต่เราว่า มันไม่เอียนๆเฝือๆเหมือนที่อ่านๆกันอยู่เนี่ย อีกอย่าง เราตกใจกับสำนวนแปลที่อ่านรู้เรื่อง (ซักที) ของเนชั่นก็ได้มั้ง เลยทำให้ประเมินสูงกว่าความจริง 55

โค้ดลงเพลงอ่ะ เพื่อนเราอยากได้ ไม่ใช่เราหรอกจ้า

#5 By Kronos on 2007-05-03 17:36

มิเกะเล่มที่เป็น น่าจะเป็นลอตที่พิมพ์ครั้งที่ 2 นะคะ (รู้สึกว่าทางสนพ.ก็โดนบ่นมาเยอะเหมือนกัน)

คุณ songsage อยู่ตั้งออสเตรเลีย จะส่งกลับมาเปลี่ยนก็โดนค่าส่งอ่วมเลยสิคะ เราว่า รอกลับเมืองไทยก่อนก็ได้มั้งคะ ไงๆก็เป็นความผิดทางสนพ. จะส่งช้าส่งเร็วคงเหมือนกัน เราเองก็ขี้เกียจส่งคืนเหมือนกัน จริงๆกะว่า งานหนังสือคราวหน้าค่อยเอาไปเปลี่ยนทีเดียวเลย

เฮ่อออ อุตส่าห์ซื้อมานี่นะ -_-"

#4 By Kronos on 2007-05-03 17:23

ps/ เออตกไปหน่อย ตกลงแกขอโค้ดลงเพลงในบลอคนี่ไม่ได้ลงบลอคนี้เหรอ

#3 By chibi on 2007-05-03 17:21

คิ้มเขียนย๊าวยาวมั่กๆ แต่เขียนดี๊ดีถูกใจว่ะ

งานอาคากาวะ เราว่าพวกแนวรหัสคดี อย่างที่แกว่าเลย อ่านรอบเดียวจบ ขี้เกียจอ่านซ้ำ (แต่ซายากะเล่ม 1 เราชอบหยิบมาอ่านนะ ไม่รู้ทำไม) ยิ่งมันออกมาอย่างบ้าคลั่งแบบนี้ ทำให้เกิดอาการเอียนๆเหมือนกัน แต่ถ้ามองในแง่หยิบอะไรไปอ่านติดไม้ติดมือ เราว่างาน อาคากาวะ เอาไปอ่านดีมากๆ สบายๆไม่เครียดน่ะนะ

แต่ห้องเรียนไม่ยอมเปิดรับ สนุกเหรอ ไว้จะไปหามาอ่านเน้อออ

เรื่องบูธถูกอุ้มเราโนคอมเม้น เขียนไปแล้วในบลอคตัวเองเง้ออ

#2 By chibi on 2007-05-03 17:18

เอ้ยยยยยยยยยย
เราก็เป็นเหมือนกัน
โชคดีจังที่มาเจอบลอกนี้
คือเราเองอยู่ออสเตรเลียแล้ว เลยไม่รู้จะถามใครยังไง จะตั้งกระทู้ถามในพันทิพก็ลืมทุกที
กลายเป็นว่ามันสลับกับเล่มหกสินะคะ คือไม่อยู่แถวนี้ด้วยสิ
แล้วจะส่งกลับดีไหมเนี่ย = =;; รอท้ายปีกลับบ้านแล้วส่งยังทันไหมนะ
แต่มันน่าจริงๆเลยนะ ทำได้ไง สลับกันขนาดนี้ เป็นปึกเลยนะ เราอ่านแล้วก็งง มีคาตายาม่าเหมือนเดิม แต่คูนิโกะ กับอะไรโนบุโยะๆ โผล่มายังไง งงเต๊ก คงจะเคยอ่านแต่จำไม่ได้จริงๆ
นึกแล้วก็ฮา แต่ก็ปนโกรธน่ะค่ะ = =;; เราอุตส่าห์ได้มา ดั๊นกลายเป็นอย่างนี้ไป = =;;
ขออนุญาตadd favนะคะ

#1 By songsage on 2007-05-03 17:04