พักนี้หนังเข้าโรงเยอะเนอะ นี่ไปดูหนังมาสามอาทิตย์ติดๆกันแล้ว ตั้งแต่ Transformer ต่อมาก็ลุงอึด DieHard 4.0 แล้วก็มานี่ที่ Harry เจ้าเก่าเวลาเดิม ถือเป็นหนังภาคบังคับ จะดีจะเลวยังไงก็ต้องดูน่ะนะ

คำเตือน ::: เนื้อหาบางส่วน (เอ่อออ...ส่วนใหญ่เลยแหละ -"- ) อาจะเปิดเผยเนื้อเรื่อง ทั้งจากหนังสือ และจากภาพยนตร์ ตั้งแต่เล่ม 1-5 กรุณาอ่านและดูมาให้ครบๆ แล้วค่อยอ่านนะจ๊ะ ถ้าไม่ครบ จะมาบ่นทีหลังไม่ได้นา ว่าโดน Spoiled เนื้อเรื่องอ่ะ

SPOILED ALERT!!!!!!!

ภาค 5 นี้เป็นภาคที่เราไม่ชอบมากที่สุดจากทั้งหมด 6 เล่มที่ทำออกมา ตั้งแต่อ่านหนังสือแล้ว ไม่รู้เรื่องเลยยยยยยยยยยย เป็นเล่มที่เราอ่านไปก็อยากเขวี้ยงทิ้งไปสุดๆ อันเนื่องจากมันเยิ่นเย้อยืดเยื้อยาวนานเหลือเกิน เนื้อเรื่องก็โคตะระน่าเบื่อ ผิดจากเล่มก่อนๆลิบลับ หลายๆส่วนอ่านแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจด้วย ว่ามายังไงไปยังไง นั่งบรรยายอะไรไม่รู้ไม่เกี่ยวกะเนื้อเรื่องเลยก็เยอะ แล้วแถมเป็นเล่มที่แฮร์รี่นิสัยเสียสุดๆอีกตะหาก ขี้โมโห เจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ใครห้ามเข้าใกล้ พ่อจะแง่ง..ใส่ให้หมด...ว่างั้น เป็นเล่มที่ทำให้รู้สึกเกลียดขี้หน้าพระเอกขึ้นมาตะหงิดๆ

แต่การที่เปิดเผยด้านมืดของจิตใจพระเอกนี่แหละ ทำให้ตัวละครตัวนี้ดูมีมิติมากขึ้นทีเดียว มันสมจริงมากขึ้น อย่างน้อยเราก็รู้ว่า เค้าเป็นแค่เด็กผู้ชายคนนึง ไม่ได้เป็นฮีโร่ ไม่ได้ดีเด่วิเศษอะไรเลย หลายๆอย่างที่ผ่านมา ก็เพราะโชคช่วยหลายครั้ง (อย่างที่เค้าพูดในเรื่องน่ะแหละ) เค้าก็แค่อยากมีอยากเป็น มีความโลภ มีความต้องการแบบปกติชนคนธรรมดาเหมือนกัน แค่อยากจะรักษาสิ่งที่เค้าได้มา (เพื่อน ญาติ คนที่ชื่นชมเขา และความรู้สึกที่ว่าตนเองก็มีค่าในสายตาคนอื่น) นับจากที่เค้าไม่ได้อะไรเลยมาตลอดชีวิต มันก็แค่นั้น จริงๆเค้าก็ไม่ได้สนว่าโลกจะเป็นยังไงหรอก เพียงแต่ถ้ามันจะทำให้เค้าต้องสูญเสียสิ่งที่รักไป เค้าก็เลยจะสู้ สู้เพื่อพ่อแม่ที่ตายไป สู้เพื่อรักษาเพื่อนไว้ บวกกับความกลัว ความกดดันในขณะนั้น มันเหมือนสถานการณ์บีบบังคับมากกว่า จะอยากมาเป็นฮีโร่นะ

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำพูดของลุงอึด บรูซ วิลลิส ที่เพิ่งดูมา (ถ้าถือว่าสปอย DieHard ก้ออ่านข้ามย่อหน้านี้ไปละกัน) ลุงแกบอกว่า...

"ฉันไม่ได้อยากเป็นฮีโร่หรอก แต่เพราะไม่มีใครทำตะหาก"

นั่นเป็นข้อดีข้อเดียวของภาค 5 เท่าที่นึกออก ก็คือ ทำให้แฮร์รี่เป็นฮีโร่น้อยลง หลังจากทั้งสี่เล่มที่ผ่านมา อะไรๆสำหรับพ่อพระเอกก็ดีมาตลอด เป็นนู่นเป็นนี่ เป็นที่ชื่นชม ทั้งๆที่ก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วการที่เค้าเผชิญหน้ากับโวลดี้แต่ละครั้ง มันก็ไม่ได้เป็นความต้องการของเค้าซะหน่อย ชนะแต่ละที ก็ฟลุคมั่งล่ะ ได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งแวดล้อมอื่นๆบ้างล่ะ บวกกะกลัวตาย รึไม่ก็เจอเพื่อนเกือบตาย เลยบันดาลโทสะ อะไรแบบนั้นมากกว่า

ภาค 5 เป็นเพียงใบเบิกทางก่อนโลกจะเผชิญกับโวลดี้เต็มตัว จากที่ทุกคนไม่ยอมรับว่าโวลดี้กลับมาแล้วจริงๆ ทุกอย่างสับสนและกดดัน แฮร์รี่จำเป็นต้องแบกรับความรับผิดชอบมากขึ้น จากช่วงท้ายของภาค 4 ได้ทิ้งท้ายไว้กับการกลับมาของโวลดี้ และการตายของเซดริก (ซึ่งทำให้หนังสือเด็กไม่ใช่หนังสือเด็กอีกต่อไป) การที่แฮร์รี่ได้เห็นเซดริกตายต่อหน้าต่อตา ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในจิตใจ แน่นอน เค้าไม่อยากให้ใครตายอีก เค้าจึงหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียใครไปต่อหน้า และสั่งสมความแค้นที่มีต่อโวลดี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาเริ่มจะปฏิเสธคนอื่น "อย่ายุ่งกะชั้น" ตลอดเวลา ทั้งตวาดใส่ โมโห รมณ์บ่จอยอยู่ตลอด แต่นั่นเป็นกำแพงที่เขาสร้างขึ้น เพื่อจะปกป้องคนที่เค้ารักตะหาก แฮร์รี่คิดว่า ทุกอย่างเค้าจะจัดการเอง จะทำเอง เพราะเขาไม่เหลือใครอีกแล้ว ถ้าเขาตายไป ก็คงไม่มีใครต้องเสียใจ และให้เขาตายไปยังดีกว่าให้เขามาเห็นใครตายไปต่อหน้าอีก

สำหรับตัวหนัง เราไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เพราะหนังสือเล่มนี้มันห่วยอยู่แล้วด้วย ทำหนังให้สนุกก็ยิ่งยาก บวกกะผิดหวังจากภาคที่แล้วมากๆหนังสือเล่ม 4 เป็นเล่มที่เราชอบมากที่สุด แต่ทำหนังออกมาแล้วเราไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย มาภาคนี้เลยไม่ค่อยสนว่ามันจะดีมั๊ย ก็บอกแล้วว่าเป็นหนังภาคบังคับ แต่ปรากฏว่า ทำออกมาแล้วเราชอบมากกว่าภาค 4 ซะอีกนะ ถึงแม้ว่าหลายๆจุดจะไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะ แต่มันก็ไม่รู้เรื่องตั้งแต่ในหนังสืออยู่แล้ว เลยไม่ว่ากัน ถ้าคนดูทำการบ้านมาดี จำหน้าได้ว่าใครเป็นใครมั่ง คิดว่าภาคนี้ไม่เลวทีเดียวแหละ สรุปมาได้แบบไม่น่าเกลียดมาก

ประเด็นนี้ก็ขอให้เครดิตกับผู้กำกับในภาคนี้นะ เพราะเค้าสามารถทำตรงส่วนดราม่าได้ดี สมกับที่ถูกเลือกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ (ปกติเป็นผู้กำกับละครทีวีดราม่าอยู่แล้ว) ส่วนเรื่องหนังตัดไปมา กับการไม่ค่อยรู้ที่มาที่ไป มันเป็นเรื่องปกติสำหรับหนังแฮร์รี่อยู่แล้วล่ะ -"- รายละเอียดมันเยอะ เก็บได้ไม่หมด

ฉากที่เล่นกับจิตใจ ดูดีใช้ได้ทีเดียว อย่างเช่น ตอนฝันร้าย ดูเกตว่ามันเรื่องอะไร (แต่ต้องตั้งใจดู และแม่นเรื่องหน่อยนะ) ตอนที่ต่อสู้กับจิตใจตัวเองไม่ให้ถูกครอบงำ (อา...นึกถึงไลท์สอนใช้ขาแฮะ...) ตอนที่คนนั้นตาย พอสโลว์ก็ดูเจ็บปวดดีนะ ความแค้นพุ่งออกมาเลย

สำหรับ Special Effect ก็ชอบมากกว่าภาค 4 ในสองฉากใหญ่อลังการ คือ ฉากคู่แฝดป่วนในการสอบ กะฉากที่สู้กะโวลดี้ตอนท้าย ตั้งแต่ในห้องเก็บลูกแก้วพยากรณ์ (ลูกแก้วล้มครืนลงมาเจ๊งทั้งห้อง แล้วพวกเอ็งทำลูกแก้วชาวบ้านพังลงมาหมดไม่เป็นไรเรอะนั่นน่ะ -*-) จนกระทั่งกระจกกระทรวงเวทมนตร์แตกเป็นเสี่ยงๆ สองฉากนี้ชอบมาก ให้คะแนนเต็ม ยกนิ้วให้ ^^b

ตัวละครที่เพิ่มเข้ามาใหม่ อย่างศาสตราจารย์อัมบริดจ์ ชีเธอก็ทำให้คนรู้สึกเกลียดได้ไม่ยาก ก็ถือว่าทำได้ดี รู้สึกว่าเป็นยายแก่จอนจุ้นไม่เข้าเรื่อง (แม้ว่าตอนแรกที่จินตนาการไว้จะเป็นแนวครูไหวใจร้ายหน่อยก็เหอะนะ) ส่วนลูน่า คนนี้ดูสับสนว่ามาจากไหนเนี่ย (แต่ในหนังสือมันก้อโผล่มาดื้อๆเหมือนกันแหละ) แต่ตอนแรกนึกว่าจะแนวหนอนหนังสือ เด็กแว่นไรงี้ อันนี้สวยเกินไปหน่อยนะ

ขอพูดถึงเลิฟซีนหน่อยเหอะ ตั้งแต่แรกๆ หนูเฮอร์ก้อเข้ามากระโดดกอดแฮร์รี่ให้ตกใจไปแล้ว แต่คงไม่สำคัญเท่าฉาก Kiss กับโชหรอกเนอะ ก็บิ้วดี บิ้วให้รู้สึกว่า เออ นี่แหละ จูบแน่ๆ แต่ตลกนะพ่อหนุ่ม จูบสาวเสร็จ ต้องวิ่งไปเล่าให้เพื่อนฟังด้วยเรอะ เด็กจริงจริ๊งงง

สำหรับประเด็นอื่นๆ เราไม่ขอวิจารณ์มาก เพราะเนื้อเรื่องไม่ส่งเสริมอยู่แล้ว ทำให้เนื้อหาดูเข้าใจยาก และยิ่งคนที่ลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว อาจจะดูไม่รู้เรื่องเลยก็ได้ สรุปจากที่แม่เดินออกจากโรงมา แล้วบอกว่า "ไม่สนุกเลย" เอาเหอะแม่...มันก็ไม่สนุกตั้งแต่หนังสือแล้วล่ะ อีกอย่าง เราจำเนื้อเรื่องในหนังสือไม่แม่น เพราะอ่านไปแค่รอบเดียว แล้วตอนอ่านก็ไม่ค่อยชอบ มันเลยไม่ค่อยติดหัวเท่าไหร่ จำได้แค่คร่าวๆ เลยไม่ขอเปรียบเทียบกับหนังสือดีกว่า

ตอนนี้ก้อรอหนังสือเล่มจบอย่างใจจดใจจ่อ วันเสาร์หน้าเจอกันนะจ๊ะ เล่ม 7 จ๋า.......

Comment

Comment:

Tweet