หายไปซะนานนนนนนน นานจนโดนบ่นว่า "แกยังเขียนบลอคอยู่ป่าวฟระ" เหอๆ ก็แบบว่าเขียน แต่เขียนปีละ 2 ครั้งไง ตอนมีงานหนังสืออ่ะ 555

บลอคนี้ขอเป็นไดอารี่ละกันนะ จะเล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาซะหน่อย ที่หายไปน้านาน ไปทำอะไรมามั่ง ใครขี้เกียจอ่านไดอารี่ก็ข้ามไปนะจ๊ะ (รอบลอคหน้า กลับมาจากงานหนังสือแล้วจะเขียนรีวิวจ้ะ ถ้าไม่ขี้เกียจนะ)

อย่างที่รู้ๆกันอยู่ ว่าช่วงหลังมานี่ เราก็วุ่นวายกับการทำ Thesis ทั้งเขียนเล่ม เตรียมสอบ พรีเซนต์ เสร็จแล้วต้องมานั่งแก้เล่มกันอีกสองเดือน เสียเวลาไปพักใหญ่ๆ กว่าจะฝ่าฟัน จบมาจนได้ ซึ่งก็เลยจากที่ตั้งใจไว้มาเทอมนึงอ่ะนะ กลายเป็นเกือบๆ 3 ปีเลยแฮะ แต่ขนาดจบนานอย่างนี้ แต่เราก็จบเป็นคนที่ 2 ของรุ่นเชียวนา มหาลัยนี้ทำไมมันจบยากจบเย็นเช่นนี้เนี่ย ปกติไม่มีใครจบเร็กว่า 3 ปีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็โน่นนนน ไปจบเอาตอนจะครบ 5 ปีโน่น (ใกล้จะหมดเวลาเรียนนั่นแหละ)

แต่ที่จะพูดในวันนี้ คือ ประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งาน จะว่าไป ก็เป็นครั้งแรกที่เราหางาน + สัมภาษณ์งาน นะนี่ (ต๊ายย fresh graduate กิ๊บกิ้ว) เพราะตอนจบป.ตรีใหม่ๆ เราก็ไม่หางานเลย ตั้งใจจะเรียนต่อชัวร์ๆ มีบริษัทโทรมาเรียกสัมภาษณ์อยู่เหมือนกัน แต่เราปฏิเสธไม่ไป เพราะไงๆก็เรียนต่ออยู่แล้ว

หางานจากไหนดีอ่ะ ก่อนอื่น ก็ต้องเริ่มทำเรซูเม่เสียก่อน ปวดหัวมากกกก ตอนทำเรซูเม่ เพราะตรูไม่รู้จะใส่ตรง Work Experience ว่าอะไรอ่ะดิ มันยังไม่มีนี่นา ก็อาศัยใส่โปรเจคที่เคยทำลงไป ให้มันพอมีเนื้อมีหนังเขียนมั่ง เขียนเสร็จก็วานเพื่อนผู้ใจดีช่วยเช็คภาษาปะกิดตามเคย (ขอขอบคุณในความอุปการะของคุณเก๋มาในโอกาสนี้) แล้วก็ส่งเรซูเม่ไปทางอีเมล์

จะว่าไป เทคโนโลยีสมัยนี้ก็สะดวกดีนะ ส่งอีเมล์ก็ง่าย เร็ว และ ไม่เสียตังค์ (ก็เสียค่าเนต แต่ก็เสียค่าเนตทุกเดือนอยู่แล้วนิ) แถมยังส่งเอกสารอื่นๆแนบไปด้วยได้เลย ทั้ง transcript รูป cert อะไรต่างๆนาๆ  บริษัทแรก สมัครผ่านเอเจนซี่ พอสมัครปุ๊บ อีก 1-2 วันก็โทรมานัดไปสัมภาษณ์ที่เอเจนซี่ก่อน ตอนนั้นแอบตกใจเล็กน้อย เพราะเค้าจะสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สั้นๆด้วยนิดนึง แล้วก็นัดไปเจออีกที

ก่อนสัมภาษณ์ ทำข้อเขียน มีให้เขียนประมาณเรียงความ นั่นก็ไม่เท่าไหร่หรอนะ แต่ข้อเขียนที่เป็นวิชาชีพนี่ดิ สั้นๆง่ายๆแค่ 10 ข้อ แต่ขอโทษ.....ทำไม่ได้เลยอ่ะ เอิ่มม หนูไม่ได้มาสมัคร Network Admin นะคะพี่ พี่มาถาม Windows Server กะ UNIX หนูทามม๊ายยย เคืองๆ ตอบไม่ได้เลย....โอ้ เดฟชีวิตมากๆ เกิดอาการจิตตกไปพักนึง แต่คิดในใจว่าช่างเหอะ เรื่องนี้ไม่ถนัดนิ คนให้ข้อสอบมันให้มาผิดเรื่องป่าวหว่า??

ต่อมา สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของเอเจนซี่ ก็ไม่มีไรมาก คุยกันนิดหน่อย สบายๆ ไม่เครียด ถามทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาปะกิด เสร็จแล้วก็กลับ เออแฮะ โอเค ไม่เครียดใช้ได้ๆ มีพูดไม่ออกนิดหน่อยตรงภาษาปะกิด แต่ก็มั่วๆไป กลับมานั่งรอ เค้าบอกว่า รออีกประมาณ 2 อาทิตย์ (+/- 1 อาทิตย์)

ระหว่างนั้นก็ดูๆงานบนเนตไปด้วยนา สมัครออนไลน์เอา ส่งไปในเวบมั่ง อีเมล์มั่ง บางที่อีเมล์ก็เต็ม ส่งไม่เข้าอ่ะ แต่จริงๆเราสมัครไม่กี่ที่เองอ่ะ กะว่า ถ้าไม่ได้ค่อยสมัครเพิ่ม อีกอย่าง ตอนนั้นวุ่นๆเรื่องส่งเล่ม แก้เล่ม ไม่มีเวลาเท่าไหร่ เลยยังใจเย็นๆ

สัมภาษณ์ผ่านไป 3 อาทิตย์ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เอ๊ะ ชักยังไงๆ พอดีมีคนรู้จักอยู่ในนั้น เลยฝากถามให้หน่อยว่าเรื่องไปถึงยัง อ่ะ สรุปว่า เอเจนซี่ยังไม่ส่งเรื่องขึ้นมาเลย กำ เจงๆ ตอนนั้นเคืองพอสมควร เลยไปสมัครที่ใหม่อีกที่ วันรุ่งขึ้นเค้าโทรมาเรียกสัมภาษณ์เลย ประทับใจมากในความรวดเร็ว

สัมภาษณ์บริษัทที่ 2 โอ้ ที่ทำงานสวยมาก หรูเริ่ด ที่กินข้าวไฮโซ ตึกอยู่ใกล้เอ็มโพเรียม เออ ดีแฮะ ถ้าทำที่นี่จะได้กินหนมปังนากามูระทุกวัน (เหตุผลที่หล่อนเลือกทำงานที่ไหน มีแค่นี้เรอะ???) ก่อนอื่นจะมีข้อเขียนก่อน ได้ข้อสอบมา...โอ้ แม่เจ้า ทำไมมันเยอะงี้ฟระ โชคดีที่เราอ่านไปก่อนนิดนึง เกี่ยวกับพวก Technical ถ้าไม่อ่านมาก่อนนะ ตายหยังเขียดแหงๆ เพราะข้อสอบยากมากกกกกกกกกกกกก แบบว่า ถามอะไรไม่รู้ ชีวิตนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน เทพมากๆ ภาษาอังกริดอีกตะหาก (ดีนะ อ่านเวบภาษาอังกฆษมา เลยพอไปได้) ต่อให้เราจบใหม่ เพิ่งใช้มาสดๆร้อนๆ ก็ตอบไม่ได้อ่ะ ยากเกิน (เอ๊ะ หรือว่าเราโง่ฟระ)

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทำข้อสอบไม่ทันจริงๆครับพี่น้อง ให้ข้อสอบมาซัก 40-50 ข้อมั้ง บรรยายล้วนๆ!! ให้เวลายังไม่ถึงชั่วโมงเลย เอิ่ม ขอโทษนะคะ ต่อให้ให้เวลามา 3 ชั่วโมงแบบเวลาสอบที่มหาลัย หนูว่าหนูยังทำไม่ทันเลยค่ะพี่ พี่ให้เทพที่ไหนมาตอบอ่ะคะ ยากแสนยาก เฮ้อ

พี่ HR เดินมาเก็บข้อสอบ แล้วก็บอกว่า พี่ก็บอกทีมแล้วนะ ว่าข้อสอบมันเยอะ + ยากไป มีแต่คนบ่นทั้งนั้นเลย เหอๆ เสร็จแล้วก็สัมภาษณ์กับ HR เป็นภาษาอังกริดอีกล่ะ

เสร็จแล้วก็ต้องสัมภาษณ์กับคนในทีมที่เราจะทำงานด้วยอีกที ฝรั่งมาแระ ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษอีก โฮ่ยย เราพูดเก่งมากกกกกกเลยเนาะ (ประชด) มีปล่อยไก่ไปเล้านึงด้วย ตอนเค้าถามว่าเคยใช้ Interface มั๊ย ก็ตอบว่าเคยๆ เค้าก็ถามว่า เคยใช้กับงานยังไงบ้าง ให้รับข้อมูลได้ดีขึ้น อ่ะ เราก็ใบ้กินไปพักนึง เพราะมัวแต่ไปนึกถึง Interface ใน Java เค้าหมายถึง User Interface ตะหากล่ะ ยัยบ๊อง! 5555

กลับบ้านมาด้วยความห่อเหี่ยวสุดฤทธิ์ ทามมายมันยากงี้ว้า เหนื่อยมากมาย อีก 1-2 วันต่อมา บริษัทแรกที่หายไปชาตินึงอ่ะ ถึงจะโทรมา บอกให้ไปสัมภาษณ์ โฮ่ เพิ่งจะมาได้

สัมภาษณ์บริษัทแรกนี่ โดนรุม 4 ต่อ 1 มีฝรั่งอีก กำของเวร พูดปะกิดกันอีกแล้ว แต่ที่นี่สัมภาษณ์ง่ายมากเลย เค้าคุยเรื่องทั่วๆไป ไม่ได้ถามเทคนิคอะไรมากมาย ไม่เหมือนอีกที่นึง โอ้วว ถามแบบกะฆ่าเราให้ตายอ่ะ โหดโคตรๆ ส่วนที่นี่เหมือนชวนคุยมากกว่า ขนาดมี 4 คนรุม ยังไม่เครียดเหมือน แค่ 2 คนรุมที่โน่นเลยอ่ะ

สัมภาษณ์เสร็จ อีก 2-3 ชั่วโมง เอเจนซี่โทรมานัด ว่าขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ มีฝรั่งจากนอกจะโทรมา (ของบริษัทแรกที่ไปสัมภาษณ์มาตะกี้อ่ะแหละ) อ่ะดีจิ นั่งอยู่บ้านคุย ไม่ต้องเดินทาง

พอสี่โมงตรงเป๊ะ ก็มานั่งเฝ้าโทรศัพท์ มาถึงก็กริ๊งมาเลย สัมภาษณ์กันเป็นภาษาปะกิด (อีกแล้ว) แผงล่ะ ก็เค้าเป็นฝรั่งนี่ เป็นผู้หญิงที่ใจดีมากกกกกกก คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนเลย แล้วเค้าก็ถามอะไรไม่ยากมากมาย เหมือนถามเรื่องทั่วๆไป และพยายามจะเข้าใจเรา น่ารักมากกกกอ่ะ ประทับใจ (ที่จะเลือกที่นี่ ก็เพราะฝรั่งคนนี้แหละ น่ารัก ใจดี)

คุยกันอยู่ครึ่งชั่วโมง พอวางหูเสร็จด้วยความรู้สึกดีๆ อีก 2 ชั่วโมง อีกบริษัทโทรมาให้ไปสัมภาษณ์รอบสอง ก็ตกปากรับคำว่าจะไป แต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นก็มีคนโทรมาว่าตกลงได้งานแล้ว (บริษัทที่โทรคุยกะฝรั่งเมื่อวาน) อ้าว ทำไงล่ะทีนี้ เหอๆ อีกที่ก็ตกลงไปสัมภาษณืแล้วนี่ ตัดสินใจอยู่นาน แต่ก็สรุปว่า ไปสัมภาษณ์เหอะ ถ้าไม่เอาค่อยปฏิเสธทีหลัง ถือว่าได้ประสบการณ์ละกัน

ไปสัมภาษณ์ก็คุยดี แต่ก็ถามอะไรย๊ากยากเหมือนเดิมแหละ อีก 3-4 วันถึงโทรมาบอกว่าได้ แต่เราปฏิเสธไป สรุปว่าสัมภาษณื 2 บริษัท แต่ตั้ง 5 รอบแน่ะ เฮ้ยยย เหนื่อยยย

อ้อ สัมภาษณ์เสร็จ มีให้ไปตรวจร่างกาย ตอนแรกนึกว่าตรวจนิดหน่อย แต่ความจริง ตรวจแบบฟูลออปชั่นกันเลยทีเดียวเชียว ตั้งแต่เจาะเลือด (กรี๊ดดด นู๋กัวเข็มอ่า~) ตรวจปัสสาวะ  X-Ray ปอด ตรวจสายตา ตรวจตาบอดสี (สมุดอย่างเยอะอ่ะ ไม่ใช่แค่นิดๆหน่อยๆเหมือนตอนสอบใบขับขี่หรอกนะ) ให้หมอมาตรวจอีกตะหาก ดูหู กดนู่นนี่อะไรเต็มไปหมด เหอๆ เยอะมากกก สรุปว่าตรวจออกมา ดันเลือดจางไปหน่อยนึง (แต่ไม่ถึงกับโลหิตจางนะ แค่ต่ำกว่าเกณฑ์นิดๆ) ต้องเจาะเลือดซ้ำอีก กำเจงๆ (ซึ่งผลก็ได้เหมือนเดิมแหละ -*-)

อีกอาทิตย์นึงก็ต้องไปทำงานแระ วันนี้ไม่มีไรมาก มาบ่นๆเฉยๆ  555 เด๋วรอวันศุกร์ ไปงานหนังสือมาก่อน น่าจะมีอะไรเล่าให้ฟัง ^^

Comment

Comment:

Tweet

เออ ตกลงได้งานที่ไหนอ่ะ ไว้เดี๋ยวเจอในเอ็มจะถามนะ

ยังไงก็ขอให้โชคดีกับการเริ่มต้นชีวิต OL แล้วกันจ้ะ cry

#2 By dajirin on 2008-03-26 09:23

แล้วสรุปแกทำที่ไหนวะหลังไมค์หน่อยดิ๊

เออทำอาทิตย์หน้าก็ยังดีนะ อาทิตย์นี้แกจะได้ไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือให้เปรมไง 555+

แต่สัมภาษณ์โหดสัดเลยอ่ะ กุยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยนะเนี่ย 4รุม1เนี่ย

#1 By chibi on 2008-03-26 00:11